• เสาร์. ก.ค. 24th, 2021

Review ซีรีย์ ยอดนิยม เกาหลี ไทย netflix ฟรี

แนะนำซีรี่ย์แก้เบื่อช่วงอยู่บ้านกันดีกว่า เราคัดเรื่องเด็ดมา แนะนำ กับ ซีรี่ย์ Netflix 2020 มีทั้งเกาหลีและฝรั่ง ดูได้ยาวๆ เนื้อเรื่องสนุก น่าติดตาม ไปชมกันแบบยาวไป!!

อดแซงหงส์แดงขึ้นที่4! เวสต์หมูแฮมบุกเจ๊าฟูเฉือนมไร้สกอร์-ไล่ซูเช็คช่วงทดเจ็บ

ByValerie Myers

ก.พ. 8, 2021

“ขุนค้อน” ชวดจังหวะแซงลิเวอร์พูลขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ก่อนหรือหลังแค่บุกไปแบ่งแต้มกับ ฟูเฉือนม แบบไร้สกอร์ 0-0 โดยช่วงทดเจ็บ นาที 90+7 เวสต์หมูแฮม จะต้องเหลือเพียง 10 คนข้างหลัง โธมัส ยกเช็ค มาโดนใบแดง ทำให้ทีมยังรั้งอันดับ 5 มีเพิ่มเป็น 39 คะแนน ส่วน เจ้าสัวน้อยรั้งอันดับ 18 มีแค่ 15 แต้มจะต้องหนีตกชั้นถัดไป ในเกมลอนดอนดาร์บี้ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนนี้วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

สนาม : คราวเวน ค็อตเทจ

เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนนี้วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เป็นการเจอกันระหว่าง ฟูเฉือนม ทีมอันดับ 18 ผลงานแย่ไม่ชนะในลีกมา 11 เกมติดแล้ว รับการมาเยี่ยมของ เวสต์หมูแฮม อันดับ 5 ที่ผลงานกำลังรุนแรง

สกอตต์ พาร์เกอร์ เกมนี้วาง อีวาน คาวาเลยโร่ เป็นหน้าเป้า โดยมี อเดโมล่า ลุคแมน ปั้นเกมเกื้อหนุน ในตอนที่ เดวิด มอยส์ พา “ขุนค้อน” บินสูงข้างหลังฟอร์ม 8 เกมทุกรายการชนะถึง 7 เกม แนวรุกยังใช้ เจสซี่ย์ ลินการ์ด ข้างหลังเกมที่เปิดตัวหรูยิงผู้เดียวสองประตู โดยจะประดิษฐ์เกมร่วมกับ ซาเหนื่อย เบนราห์มา แล้วก็จาร็อด โบเว่น แล้วก็ให้ มิคาอิล อันโตนิโอ ยืนหน้าเป้า

ช่วง 10 นาทีแรก แปลงเป็น ฟูเฉือนม ที่ไล่บี้ไล่บีบคั้นเข้าใส่อย่างมาก แล้วก็ได้ลุ้นจากลูกยิงของ รูเบน ลอฟตัส-ชีค แล้วก็บ็อบบี้ รีด แม้กระนั้นก็ยังไปติดบล็อคแนวรับของขุนค้อนทั้งผอง

นาที 21 เป็นจังหวะได้ส่องเข้ากรอบหนแรกของ “ขุนค้อน” แอรอน เครสเวลล์ แทงบอลทะลุช่องให้ ซาเหนื่อย เบนราห์มา เลี้ยงเข้าไปในกรอบก่อนคืนหลังให้ เดแคลุกลี้ลุกลน ไรซ์ ซัดเลียดเสาแรกไปเข้ามือ อัลฟ็องเซ่ อเรโอล่า

อีก 5 นาทีต่อมา บอลเล่นสั้นจากมุมธง ลินการ์ด เล่นชิ่งกับ เครสส์เวลล์ ก่อนที่จะหน้าแข้งตัวยืมจากผีแดงจะเปิดไปเสาไกลให้ โธมัส ซูเช็ค กระแทกเหาะคานออกไปแบบได้เสียว

นาที 35 เจ้าบ้านแทบได้เสียว อีวาน คาวาเลยโร่ ลากตัดจากขวาเข้ามากลางแล้วจ่ายให้ อเดโมล่า ลุคแมน ซัดด้วยซ้ายนอกกรอบบอลพุ่งเฉียดฉิวเสาแรกออกไป

นาที 42 “เจ้าสัวน้อย” ได้ลุ้นอีกบอลครอสจาก แอนโทนี่ โรบินสัน มาเสาแรกให้ อีวาน คาวาเลยโร่ โฉบมาโหม่งแม้กระนั้นบอลยังค่อยไปเข้ามือ ฟาเบียนสกี้ รับไว้ได้สบาย
จบครึ่งแรก ยังทำอะไรกันมิได้ ฟูเฉือนม เสมอกับ เวสต์หมูแฮม 0-0
กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาที 48 รูเบน ลอฟตัส-ชีค เรียกฟรีคิกกว่า 20 หลาให้เจ้าถิ่น แม้กระนั้น อีวาน คาวาเลยโร่ ยิงไปไถลกำแพงก่อนที่จะ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ จะทำบอลหลุดมือออกข้างหลังเป็นเตะมุม อีกสองนาทีต่อมา บ็อบบี้ รีด หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไป แม้กระนั้นจังหวะล้มตัวยิงเสียหลักบอลเหาะคานออกไปไกล
เกมรุกของ “ขุนค้อน” ยังไม่ดีขึ้น นาที 56 เดวิด มอยส์ จะต้องเปลี่ยนแปลงสองคนรวดถอดอีกทั้ง จาร็อด โบเว่น แล้วก็ซาเหนื่อย เบนราห์มา ออก แล้วส่ง อังเดร ยาร์โมเลนหรูหรา แล้วก็มาร์ค โนเบิ้ล ลงมาเล่นแทน
นาที 64 เวสต์หมูแฮม ชวดได้ประตูขึ้นนำข้างหลัง เดแคลุกลี้ลุกลน ไรซ์ ครอสบอลยาวมาเสาสองให้ วลาดิเมียร์ คูฟาล ขึ้นกระแทกบอลพุ่งไปชนคานอย่างโชคร้าย
นาที 76 ฟูเฉือนมได้โอกาสบ้างเช่นกัน ข้างหลังได้ฟรีคิกนอกกรอบ โอกาสนี้เป็น อเดโมล่า ลุคแมน ที่วิ่งมาปั่นบอลผ่านกำแพงไปสุดแท้แต่โค้งน้อยไปพุ่งถากเสาออกไปประเภทที่ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ได้แม้กระนั้นยืนมองดู
ช่วงทดเจ็บ นาที 90+4 ไมค์ ดีน ผู้ตัดสินจะต้องวิ่งไปดูหน้าจอ วีเออาร์ ข้างสนามถึงความน่าจะเป็นที่จะแจกใบแดง โธมัส ซูเช็ค ข้างหลังศอกของห้องเครื่องตัวเก่งค้อนไปชักใส่หน้า อเล็กซานดาร์ ไม่โตรพีช ก่อนที่จะผู้ตัดสินจะวิ่งมาแจกใบแดงให้ ยกเช็ค ทำให้ เวสต์หมูแฮม จะต้องเหลือเพียง 10 คน ในนาทีที่ 90+7
ตอนที่เหลือไม่มีสกอร์เกิดขึ้น จบเกม ฟูเฉือนม เสมอกับ เวสต์หมูแฮม แบบไร้สกอร์ 0-0 แบ่งแต้มกันไปทีมละคะแนน

รายนามผู้เล่นทั้งสองทีม

ฟูเฉือนม (3-4-2-1) : อัลฟ็องเซ่ อเรโอล่า – เคนนี่ เตเต้, โจอาคิม แอนเดอร์สังเวย, โตซิน อดาราไบโอโย่ – บ็อบบี้ รีด (อังเดร-ฟร้องค์ ซอมโบ อองกีซ่า น.83), แฮร์ริสัน รีด, มาริโอ เลอมิน่า (อเล็กซานดาร์ ไม่โตรพีช น.79), แอนโทนี่ โรบินสัน (หน้าจอช มาชา น.79) – รูเบน ลอฟตัส-ชีค, อเดโมล่า ลุคแมน – อีวาน คาวาเลยโร่

กุนซือ : สกอตต์ พาร์เกอร์
เวสต์หมูแฮม (4-2-3-1) : ลูคัส ฟาเบียนสกี้ – วลาดิเมียร์ คูฟาล, เคร็ก ดอว์สัน, อันเจโล่ อ็อกบอนที่นา, แอรอน เครสเวลล์ – โธมัส ซูเช็ค, เดแคลุกลี้ลุกลน ไรซ์ – จาร็อด โบเว่น (มาร์ค โนเบิ้ล น.56), เจสซี่ย์ ลินการ์ด, ซาเหนื่อย เบนราห์มา (อังเดร ยาร์โมเลนหรูหรา น.56) – มิคาอิล อันโตนิโอ (ไรอัน เฟรเดอร์ริค น.74)

กุนซือ : เดวิด มอยส์
ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน