August 7, 2020

Blog

1 min read

เนื่องแต่หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบที่หนักมากมายวัน วันนี้จึงขอโดดเรียนมหา'ลัย ไปดูหนังไทยพึ่งเข้าเมื่อไม่กี่วันก่อน "Who...ปิดป่าหลอน" ที่แสดงนำโดย คุณแน็ก ชาลี ที่พวกเรารู้จักดีรวมทั้งเป็นคนดังของพวกเราเสียหน่อย ตอนผมไปดูหนังเรื่องอื่นกับสหายตั้งแต่ปีที่แล้ว เห็นป้ายที่ใช้โฆษณาภาพยนตร์ประเด็นนี้ตั้งเอาไว้ โทนสีขาวดำที่เชื้อเชิญให้นึกถึงโปสเตอร์ภาพยนตร์ตระกูลแพร่ง กับเรื่องราวที่จั่วหัว ว่าด้วยเรื่องคนกรุ๊ปหนึ่ง กับสถานที่ออกแนวปิดตาย ทำให้ผมนึกถึงหนังแนวสอบปากคำของประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งหนังแนวตื่นเต้นของฝรั่ง ที่ว่าด้วยเรื่องคนจำนวนหนึ่ง มารวมตัวกันอยู่ในสถานที่ที่มีข้อจำกัด และเกิดเหตุการณ์ที่บีบคั้น ทำให้ต้องเผยธาตุแท้ของกันและกันออกมา ประเทศไทยไม่ได้มีแนวนี้บ่อยนัก ผมจึงให้ความสนใจมานานนมแล้ว ประกอบกับขณะนี้ต้องการดูหนังสักเรื่อง รวมทั้งอุตส่าห์โดดเรียนมาแล้ว (พฤติกรรมที่ไม่ดี ขออย่าทำตามอย่างนะครับ) เลยจัดภาพยนตร์ประเด็นนี้เสียหน่อย เรื่องราว : นาย "เปี๊ยก" (แน็ก ชาลี) หนุ่มเซอร์ นศ.มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แอบชอบสาวร่วมสถาบัน เผอิญเห็นสาวคนดังกล่าว คุยกับกรุ๊ปสหาย ในช่วงเวลาที่รุ่นพี่ (ซ้ำชั้นมาจะปีที่ 8 แล้ว) ตั้งโต๊ะชักชวนรุ่นน้องเข้าค่ายเดินป่าในป่าที่เชื่อกันว่าเมื่อเข้าไปแล้วบางทีอาจมิได้กลับออกมาอีก ว่าต้องการเข้าค่ายเดินป่าดังที่กล่าวผ่านมาแล้วด้วย นายเปี๊ยกที่ต้องการตามคนรัก จึงยินยอมเข้าค่ายที่จะพากันไปในสถานที่ที่แค่ฟังการพูดถึง ก็ไม่น่าไปแห่งนี้แล้วกับเขาด้วย เมื่อค่ายเริ่มขึ้น นิสิตมหา'ลัยรวม 8 คนได้ไปสมทบกับพรานประจำสถานที่ ผู้ชำนาณที่ในป่าดังที่กล่าวผ่านมาแล้วอีก 2 คนในสถานีรถไฟใกล้ป่า พร้อมเดินตบเท้าเดินสู่ป่าใหญ่ที่มีกลิ่นบางอย่างไม่ชอบมาพากล ฟ้าที่เปิดเป็นใจตอนลงจากรถไฟ เมื่อ 10 ชีวิตเข้าป่า กลับมืดมนลงทันใดราวกับเป็นลางร้ายบางอย่าง หารู้ไม่...นี่คือจุดเริ่มต้นของการถึงแก่กรรมอย่างสม่ำเสมอที่กำลังจะตามมา หรือว่านี่จะเป็นอาถรรพณ์ของป่าที่มิสามารถประมือกันได้ แต่ถ้าหากไม่ใช่ หรือว่ามันจะเป็น... ความเห็นต่อเรื่องราว : เป็นภาพยนตร์ได้เรื่องราวดี ไม่สิ...ต้องเรียกว่าเป็นเรื่องราวระดับเซฟโซนของหนังแนวเดียวกัน รวมทั้งเป็นเรื่องราวที่แปลกใหม่สำหรับหนังไทย เพราะหนังไทยไม่ค่อยมีแนวนี้เยอะแค่ไหน ส่วนมากก็มักจะเป็นแนวสอบปากคำโทนหนัก หรือไม่ก็แนวผีสางเต็มสูบไปเลยเสียมากกว่า ประเด็นนี้ถือได้ว่าเป็นกลางระหว่างแนวสอบปากคำรวมทั้งผีสาง ออกแนวมิสเทปรี่ ลึกลับ แนวๆคนไหนกันแน่เป็นคนทำ (Whodunit) อยู่เนืองๆ ความเห็นต่อภาพยนตร์ : อย่างที่กล่าวไป ภาพยนตร์ประเด็นนี้ได้เรื่องราวเซฟโซนที่ดี ที่เหลือก็คือการถ่ายทอดออกมาให้ดี สมกับที่ไต่ระดับอยู่บนเซฟโซน ผลคือ...ที่มีดี คงจะมีแค่เพียงเรื่องราวเท่านั้น ลำดับเรื่อง การถ่ายทอดของภาพยนตร์ประเด็นนี้ค่อนข้างจะสับสน ฉาบฉวย ไม่ประติดประต่อเสียจนถึงคนดูมึน การนำทิวภาพเดิมๆกลับมาฉายซ้ำ ทำให้เกิดความรู้สึกซ้ำซากเช่นไรชอบกล ก่อนที่จะถึงหนึ่งในสามทั้งปวงของภาพยนตร์ คือช่วงปูผู้แสดงทั้ง 10 คนที่จะต้องเป็นคนเดินเรื่อง รวมทั้งติดอยู่ในป่าร่วมกัน ก่อนเกิดเหตุ เป็นช่วงที่เหลวตุ้มเป๊ะที่สุด ต้องการใส่อะไรก็ใส่มาเต็มที่ บทสำหรับพูดดูผิดธรรมชาติ ประดิษฐ์ประดอย ดารานอกจากคนที่พวกเราคุ้นหน้าชินตากันอย่างแน็ก ชาลี อาเล็ก สมชาย ศักดิกุลที่เคารพนับถือรัก รวมทั้งดาราที่ไม่ค่อยคุ้นหน้า แต่ยังเพียงพอเล่นถึงอยู่บ้าง แข็งเสียจนถึงน่าอึดอัดอย่างไม่น่าให้อภัย ผู้กำกับปล่อยผ่านมาได้เช่นไร คำกล่าวที่เว้นวรรคของดาราที่พวกเราไม่คุ้นหน้า (แต่ต้องนับได้ว่าเป็นผู้แสดงหลัก เพราะอยู่ในกรุ๊ป 10 คน) อย่างผิดธรรมชาติเหมือนกับตนเองลืมบทกลางทาง รวมทั้งไม่มีการตัดต่อของคณะทำงานข้างถ่ายทำ ที่ควรจะทำให้มันลื่นไหล นี่ยังไม่นับผู้แสดงสมทบนอกจากคนทั้ง 10 ที่การแสดงนี่ท่องบทอย่างจับฉ่าย รวมทั้งเล่นใหญ่เสียจนถึงเฟคมากอีกนะ กลับมาที่เรื่องเรื่องราว รวมทั้งการเดินเรื่อง ถ้าหากตัดสินแค่เรื่องราวกับการดำเนิน ประเด็นนี้นับว่าเพียงพอไปวัดไปวาได้บ้าง ถ้าเกิดแต่การดูภาพยนตร์ พวกเราต้องนำดารามาร่วมตัดสิน เพราะพวกเขาคือสาระสำคัญที่ถ่ายทอดเรื่องราวพวกนั้นออกมาด้วยการแสดงของพวกเขา จาก 10 คน มีนักแสดงมือโปร รวมทั้งเล่นถึงอยู่ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง กล่าวอีกนัยหนึ่ง...คนเกินครึ่งของ 10 คนที่เป็นตัวละครหลักสำคัญ เล่นได้ค่อนข้างจะสอบตก ส่งผลให้คนที่แสดงได้โอเคก็ยังหามไว้ไม่ไหว การรับส่งอารมณ์จึงไปไม่ถึงกันรวมทั้งกันในหมู่ดารา ได้ผลให้คนดูรับอารมณ์ได้อย่างขาดๆเกินๆกลายเป็นไม่อินไปในที่สุด ภาพยนตร์ประเด็นนี้จึงเกือบจะสอบตกในบัดดล เพราะตัวดารา นี่ยังไม่นับเรื่องราวที่ถึงจะเพียงพอเข้าวัดได้ แต่ก็เรียกมิได้ว่าเข้าวัดไปได้ทั้งเรื่องนะ เพราะยังมีบางจุดที่เกิดพฤติกรรมที่ไม่สมเหตุสมผลอย่างน่าสับสนในผู้แสดงอีกต่างหาก (เพียงแต่จุดนี้ไม่ใช่จุดใหญ่อะไรมาก คิดต่อเอาเองได้ ถ้าเกิดแต่มันเป็นการคิดเองของคนดู มิใช่ความต่อเนื่องที่หนังส่งมาให้โดยตรง) น่าเสียดายเอามากๆในขณะที่ถ้าหากดาราเล่นดี หรือหามืออาชีพกว่านี้มา หนังประเด็นนี้บางครั้งก็อาจจะยกฐานะขึ้นมาขั้นหนึ่งเลยทีเดียว อ๋อ...มือตัดต่อ รวมทั้งวางลำดับเรื่องด้วย ถ้าหากจัดให้เป็นระเบียบมากยิ่งกว่านี้อีกนิด คงจะโอเค ซาวน์ช่วงที่ยังไม่เกิดอะไรขึ้นด้านในประเด็นนี้ใส่มาได้ไม่ถูกจังหวะ รวมทั้งไม่น่าสนใจเอามากๆเหมือนกับรายการตัดต่อเองของพวกเด็กที่ทำเล่นกันในยูทูป ยังดีที่ตอนเรื่องเริ่มเดินอย่างเอาจริงเอาจัง ซาวน์ยังเปิดได้ถูกจังหวะอยู่ ทีแรกๆก็กลัวว่าซาวน์จะมาไม่ถูกเรื่องราวกับครึ่งที่เปิดตัวผู้แสดงอยู่เสียอีก ถ้าหากดูในด้านการแสดง ต้องนับว่าดาราคนอื่นนอกจากคนที่โอเคอยู่แล้ว แสดงดียิ่งขึ้นมาหน่อยนึง ไม่รู้จักเพราะการบิ้ว ภายหลังมีคนตายไปทีละคนๆของตัวเรื่องเองหรือเปล่า ที่พาให้มีความรู้สึกว่าเขารวมทั้งคุณพวกนั้น เล่นเจริญขึ้น เมื่อผู้แสดงตายทีละคนๆจนถึงเกือบจะหมดวง รวมทั้งเหลือคนอยู่กรุ๊ปในที่สุดแล้ว บรรยากาศค่อนข้างจะทำออกมาเจริญ น่าสงสัย หวาดระแวง ไม่น่าเชื่อ และไม่น่าไว้วางใจคนไหนกันแน่ทั้งนั้น ถ้าหากผู้กำกับ หรือมือตัดต่อทำให้บรรยากาศพวกนี้มีตั้งแต่ในระหว่างที่เรื่องเริ่มเกิดขึ้น อาจจะส่งผลให้การแสดงที่ไม่ถึงกับขนาดของคนหลายๆคนในเรื่องถูกละเลยไปได้ก็เป็นได้ แต่ก็น่าเสียดาย ที่บรรยากาศนี้อยู่แค่เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น ถึงแม้ประเด็นนี้จะดูเหมือนกับว่าเป็นอาถรรพณ์ของสิ่งลึกลับในป่าดงพงไพร แต่ดูเหมือนว่า...ความเป็นจริงแล้วจะเป็นฝีมือของมนุษย์เป็นๆที่ยังมีลมหายใจ (แน็ก ชาลี ให้สัมพาษณ์เอาไว้วภาพยนตร์ประเด็นนี้มิใช่หนังผี) ยิ่งไปกว่านั้น...บางทีอาจอยู่ในกลุ่มของผู้คนทั้ง 10 เองอีกด้วย แต่ตอนจบกลับเป็นปลายเปิด ปล่อยให้คิดกันเอาเอง แม้ว่าจะมีการใบ้เอาไว้เปลี่ยนๆและตาม นี่บางทีอาจเป็นสิ่งที่คณะทำงานทำขึ้นมา เพราะต้องการที่จะให้คนดูเก็บไปถก รวมทั้งคิดเองกันอย่างบ้าเลือดส์ แต่เศร้าใจด้วย...มันเป็นสิ่งที่ให้เก็บไปคิดต่อได้อย่างแป๊กเอามากๆซึ่งมันไม่น่าเก็บไปคิดต่อขนาดนั้น ประเด็นนี้ขอไม่ให้คะแนน ตกลงว่าไม่ถึงครึ่งหนึ่งของคะแนนเต็มก็ตามใจเป็นเพียงพอ ถ้าหากเข้าไปดูแบบคาดหวังหนังลุ้นระทึก หาตัวฆาตกร แอคติ้งดารา ผ่านไปได้เลยครับผม แต่ถ้าหากไม่คาดหวังอะไร (ราวกับผม) บางทีอาจดูพอกล้อมแกล้มไปได้ หวังว่าหัวข้อนี้จะเป็นตัวตัดสินใจให้คนที่ไม่เคยดู เลือกได้ว่าจะไปดูไหมนะฮะ ส่วนคนที่ดูมาแล้ว คิดเช่นไรกับประเด็นนี้กันบ้างครับผม ถ้าหากต้องการคุยเกี่ยวกับเรื่องราว ครอบสปอยล์ไว้ด้วยนะ...

1 min read

นานๆครั้งที่หนังเวียดนามจะได้โอกาสเข้าฉายในโรงหนังบ้านพวกเราแบบวงกว้างและก็ได้รอบฉายออกจะเยอะ แถมยังเข้าฉายทั้งสองระบบเป็นพูดภาษาเวียดนามและก็ฉบับบรรยายไทยอีกต่างหาก กุมารทองคำ KUMANTHONG (Thất Sơn Tâm Linh) ฉบับหนังเวียดนามประเด็นนี้ ได้รับแรงผลักดันมาจากเหตุการณ์จริงในสมัยก่อน โดยตัวหนังบอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาวอาภัพอย่าง ซอกซอย (หว่าง เอี๊ยน จีบี) สาวใบ้และก็หูหนวกที่ดำเนินชีวิตอยู่ในหมู่บ้านบ้านนอกของปากแม่น้ำโขง ชีวิตของเธอไม่มีอะไรพิเศษนัก ตราบจนกระทั่งวันหนึ่งมีชายไม่คุ้นหน้าที่เดินทางล่องเรือมาหยุดที่หมู่บ้าน เขาชื่อ ลลิว ฮวน (กวาง ต๋วน) ที่อ้างตัวเองว่าเขาเป็นหมอปราบผีและก็ร่างทรง ซึ่งเขาได้ช่วยเหลือคนในหมู่บ้านจากการโดนมนต์ดำและก็ไสยเวทหลายราย กระทั่งราษฎรเริ่มเชิดชูฮวนอย่างเร็ว ไม่นานนักฮวนเริ่มเผลอไผลในตัวซอกซอย ทำให้เขาตัดสินใจขอเธอสมรส เริ่มต้นซอกซอยรู้สึกโชคดี แต่ไม่นานนักเธอเริ่มศึกษาและทำการค้นพบว่าความรักครั้งนี้มากับวัตถุประสงค์แฝง เมื่อเธอได้ศึกษาและทำการค้นพบว่าผัวของเธอนั้นมีสมัยก่อนอันลึกลับ และก็แผนการร้ายที่ เขาจะดำเนินชีวิตมนุษย์เซ่นสังเวยเพื่อประกอบพิธีกรรมบางสิ่งให้บรรลุวัตถุประสงค์ แล้วเธอจะเอาตัวรอดเช่นไรเมื่อค้นรอบกายไม่มีผู้ใดเชื่อ “สาวใบ้” อย่างเธอเลยสักคน ถึงแม้กุมารทองคำ KUMANTHONGจะมีวิธีการเดินเรื่องที่มองเชยๆแต่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ใสซื่อและก็นำเสนอทุกๆอย่างแบบเถรตรง ชัดแจ้งตามสไตล์ “ภาพยนตร์ไทยโบราณ” เช่น นางเอกที่ช่วยเหลือตัวเองมิได้ สาวตัวร้ายที่เผยจริตความมารยาให้ผู้ชมมองเห็นตั้งแต่ทีแรก คนที่อยู่รอบข้างนางเอกที่มองไม่มีไหวพริบปฏิภาณ ตัวร้ายในรอยเปื้อนดารานำชาย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถูกนำไปผูกอยู่กับวิถีแนวความคิดที่ว่า “กำเนิดเป็นหญิงโดยความเป็นจริงลำบาก” ได้อย่างน่าดึงดูด พวกเราจะมองเห็นตั้งแต่ต้นเรื่องว่าซอกซอย เป็นสาวใบ้ที่ถูกสังคมแกล้งไม่ว่าจะเป็นเด็กๆที่มองเห็นเธอเป็นตัวขบขัน ราษฎรที่มองดูเธอ “ต่ำ” กว่าคนสามัญ (บ่อยครั้งชอบมีประโยคที่ว่า “คนเป็นใบ้จะไปรู้เรื่องรู้ราวอะไร”) แถมการที่เธอสมรสกับฮวน ยังถูกบรรดาผู้หญิงแซ่บๆคนอื่นๆ มองดูเธอว่า ผู้หญิงคนนี้มีอะไรดีกว่าตัวเองกระทั่งถูกผู้หญิงเหล่านี้ดูถูกเหยียดหยามด้วยสายตาบ่อย มิหนำซ้ำ หนังยังปรากฏฉากที่ ซอกซอยวิ่งหนีฮวนด้วยความหวาดกลัว ภายหลังศึกษาและทำการค้นพบเรื่องจริงอันน่าตกใจที่ว่าผู้หญิงที่ล่องหนไป เปลี่ยนเป็นศพนอนไม่มีหัวอยู่ใต้ถุนบ้าน การที่ซอกซอยวิ่งมาขอความช่วยเหลือจากบิดา แต่โดนผัวตัวเองมาลากตัวกลับไปอยู่ที่บ้านไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างหน้าตาเฉย ฉากเหล่านี้เป็นเหตุการณ์สะท้อนหัวใจและก็ทำให้ผู้ชมเห็นอกเห็นใจตัวละครซอกซอย ว่าเธอโดนสังคมทำร้ายในทุกแบบเลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าการที่ผู้ชมได้มองเห็นนางเอกโดนกระทำย่ำยีมาตลอดทั้งเรื่อง ช่วงจุดไคลแมกซ์ที่เธอจะต้องเอาชีวิตให้รอดจากผัวของตนเอง ก็เลยถือเป็นไฮไลท์ที่จัดได้ว่าตื่นเต้น น่าเอาใจช่วยตัวละครอย่างแท้จริง และก็ยังเผยเรื่องจริงที่ว่าสุดท้ายแล้วต่อให้สังคมรังแกเธอแค่ไหน ผู้หญิงใบ้อย่างซอกซอยก็จะต้องสู้ยิบตา เพื่อตัวเองมีชีวิตรอดถัดไป หากใครต้องการจะลองสัมผัสหนังเพื่อนบ้านของพวกเราในโรงหนัง นี่เป็นโอกาสที่ไม่น่าพลาด เนื่องจากนานหนปีครั้งถึงจะมีความสนุกสนานจากเวียดนามมาขึ้นจอใหญ่ขอรับ https://www.youtube.com/watch?v=88vvrVrjPGs

1 min read

]ทำใจไว้แล้วว่าไม่เกี่ยวอะไรกับภาคแรก แต่ว่าพอดูก็รู้สึกน่าผิดหวังอยู่ดี หนังมาพร้อม High Concept สูงมากมาย มีความทะยานอยากสูง อีกทั้งการบ้านการเมือง ดราม่า เอเลี่ยน กระทั่งถึงพระเจ้า การสร้างมนุษย์ แต่ว่าดูแล้วราวกับเมากาว มาเล่าแบบแถๆมากยิ่งกว่า เสียดายเซ็ทอัพมัน มันพร้อมจะเป็นหนังที่ดีได้ แต่ว่าหนังเล่าแบบขาดๆเกินๆจะเฮฮาก็ไม่ตลกเต็มร้อย / จะเอาจริงเอาจัง ก็ไม่ซีเรียสเต็มร้อยอีก...

1 min read

การที่มีหนังจากรัสเซียมาเข้าฉายในบ้านพวกเรา ก็ถือว่าเป็นใจความสำคัญให้น่าสน ว่าน้านนานจะมีหนังจากรัสเซียมาสักเรื่อง ก็ย่อมเป็นหนังที่มีอะไรดี หากไม่ปัดกวาดรางวัลในบ้านมามาก ก็จำเป็นต้องทำเงินถล่มทลายถึงได้นำออกไปขายตลาดต่างแดน เหมือนกันกับ Stray หรือชื่อรัสเซียว่า Tvar แปลว่า “สิ่งมีชีวิต” ดัดแปลงมาจากนิยายระทึกขวัญ ผลงานนิพนธ์ของ ‘แอนนา สตราโรบิเนท ที่ได้รับการตั้งชื่อว่าเป็น สตีเฟน คิง ที่รัสเซีย...

1 min read

ส่วนตัวแล้วผมได้ยินมาโดยประมาณหนึ่งถึงกระแสความนิยมในมังงะรวมทั้งแอนิเมชั่นเรื่อง ATTACK ON TITAN แต่แม้กระนั้นภายหลังที่มีการประกาศสร้างหนังรวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดสำคัญในหนังโดยเฉพาะอย่างยิ่งความเคลื่อนไหว “สัญชาติ” ตัวละครจากชาวยุโรปให้กลายมาเป็นญี่ปุ่นฉะนั้นจึงถูกทำให้รายละเอียดของตัวละครรวมทั้งเบื้องหลังถูกเปลี่ยนแปลงไปพอเหมาะพอควร แม้กระนั้นเมื่อรายละเอียดปลีกย่อยในมังงะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่แล้ว พอๆกับว่านี่เป็นการยกเครื่องใหม่ ฉะนั้นการยกเอามังงะมาเทียบกับเวอร์ชั่นหนังก็มองไม่ค่อยแฟร์นัก จุดบอดประการสำคัญในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นั้นคือการที่หนังมีเบื้องหลังที่จัดได้ว่าออกจะ “สเกลใหญ่มาก” แต่ด้วยเหตุว่าทุนสำหรับในการสร้างนั้นแม้จะเป็นหนังทุนสร้างสูงในประเทศญี่ปุ่นแล้วก็ตาม แต่มันก็ ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างโลกหลังกำแพงสูงให้ออกมาให้เราเห็นภาพรวมของเมืองมากยิ่งกว่าจะให้คนดูเห็นแต่เพียงหมู่บ้านเล็กๆที่มองคล้ายกับบรรดาบ้านในภาพยนตร์จีนพลังภายใน และยังรวมไปถึงเมืองชั้นในที่มองผ่านๆแล้วก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่ามันเป็น “เมืองจริงๆ” ยิ่งไปกว่านั้นการที่หนังไปเลือกโลเคชั่นสำหรับในการใช้ “เกาะฮาชิมะ” อันเป็นเมืองร้างรวมทั้งเป็นอาคารสูงที่ดูดำทะมึนน่าสะพรึงกลัว...

1 min read

ภายหลังจากมองภาคแรกจบไปแล้วโดยที่ไม่เคยรู้เรื่องราวจากหนังสือการ์ตูนมาก่อน ผมก็ตั้งตารอคอยภาคจบเพื่อจะมองว่ามันจะขมวดปมทั้งผองอย่างไร เพราะภาคแรกถ้าละเลย CG ที่เอาคนวางเดินบน bluescreen แล้วตัดต่อเป็นไททันแต่ออกมาเหมือนยักษ์ในหนังจักรๆสกุลๆก็ถือว่าทำได้ดีพอเหมาะพอควร ด้วยเนื้อหาแล้วก็ความมันส์หลายๆอย่างรวมกัน พอมาภาคสองก็เลยจะต้องมองว่าท้ายที่สุดแล้วจะมันส์กว่าภาคแรกมั๊ย แล้วก็จะจบอย่างไรหนังออนไลน์มันๆ หนังเปิดเรื่องด้วยการเล่าเกริ่นย้อนไปในภาคที่แล้วนิดเดียวเพื่อเรียกความจำของผู้ชม รวมทั้งเข้าเนื้อหากันเลยในทันที เพราะหนังปูมาตั้งแต่ภาคที่แล้ว ผู้ชมรู้และเข้าใจดีแล้วล่ะว่าอะไรเป็นอะไร แต่หนังกลับพลิกใจความสำคัญจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่เคยย้ำในเรื่องเกี่ยวกับการมานะเอาชีวิตรอดของคนเราจากไททันทั้งหลายแหล่ เปลี่ยนมาเป็นหนังเกี่ยวกับการเมืองชนชั้นการปกครองซะอย่างงั้น ซึ่งข้อเด่นของเนื้อเรื่องที่มีมาจากภาคแรกถูกเอาทิ้งหมด ในภาคนี้พวกเราเกือบจะไม่เห็นยักษ์ไททันเลย เห็นแค่เดินผ่านไปผ่านมา แต่มิได้แสดงอิทธิฤิทธิ์อะไรให้มองน่าขนลุกเลย ตัวยักษ์ไททันที่พวกเราจะได้เห็นในภาคนี้กลายเป็นอุลตร้าแมนกลายร่างมาสู้กันให้พวกเรามอง เหมือนดูหนังยอดมนุษย์ ซึ่ง CG ในขณะที่อุลตร้าแมนสองตัวออกมาก็มิได้เนียนอะไรมากมาย แค่เปลี่ยนจากยักษ์ไททันหน้าเอ๋อๆที่ดูเหมือนยักษ์จากละครจักรๆสกุลๆช่อง 7 เช้าตรู่ มาเป็นอุลตร้าแมนของช่อง 9 การ์ตูน ดูแล้วก็ตลกดี แต่ไอ้เจ้ายักษ์หน้าเอ๋อมันยังมองหลอนโรคทางจิตกว่ามองอุลตร้าแมนตีกันซะอีก แต่ CG ในส่วนที่แจ๋วก็มีนะนะครับ ผมถูกใจในขณะที่สู้กับไททันตาแป๊ะนายพล มันมองค่อยสมกับเป็น Computer Graphic หน่อย ซึ่งในตอนนี้แจ๋วที่สุดในเรื่องละ เรื่องอารมณ์ของหนังภาคนี้ก็มิได้มีอะไรดึงอารมณ์ผู้ชมให้บันเทิงใจตื่นเต้นตามได้แม้แต่น้อย อารมณ์หนังมันมองขัดๆกันตลอดทั้งเรื่อง คิดจะตัดก็ตัด คิดจะยืดก็ยืด อารมณ์นักแสดงก็ด้วยเหมือนกัน จู่ๆคิดจะโหวกเหวกโวยวายก็แพล่มขึ้นมาซะอย่างงั้น คิดจะซึ้งก็ซึ้งกินใจ มันไม่มีความตลอดเลย ซาวนด์ประกอบก็มิได้ช่วยอะไรตัวหนังเลย กระทั่งผมสงสัยว่าทำไมภาคแรกกับภาคนี้มันช่างต่างกันมากมายขนาดนี้ ภาคแรกทำมาซะดีมาตกม้าตายเอาภาคจบซะงั้น แล้วก็ช่วงท้ายมี End Credit ที่ให้รอดู แต่ดูแล้วก็มิได้ทำให้ต้องการจะมองต่อเท่าไร เพราะมันไม่มีเหตุผลอะไรที่ช่วยเหลือเรื่องราวเหล่านั้นเลย https://www.youtube.com/watch?v=hjLzGMrL1wk

1 min read

วันนี้นักเขียนจะมารีทิวทัศน์หนังซูเปอร์วีรบุรุษสุดมันส์ของค่าย Marvel ที่มีชื่อว่า Iron Man (มหาประลัยคนเกราะเหล็ก) กำกับการแสดงโดย จอน แฟฟโรว์ เป็นหนังแนวแอคชั่นซูเปอร์ฮีโร ที่กวาดรายได้ถล่มทลายไปถึง 585.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แสดงนำโดย โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ เล่นบท (โทนี่ สตาร์ค),กวินเน็ธ...

พวกเราเคยดูมา 2 เวอร์ชั่น แม้กระนั้นเนื่องจากพวกเราเป็นวัยรุ่น เลยชอบเวอร์ชั่น 2003 ที่สุด ที่ซูโหย่งเผิงเป็นผู้แสดงนำชาย เจียจิ้งเหวินเป็นนางเอก ผู้แสดงดูดีคนจำนวนไม่น้อย บทก็เด่น คำพูดมีอถรรส ประทับใจ บางเวลามีมุกขำๆบ้าง ฉากบู๊ก็ดูสนุก ฉากรักก็ซึ้งประทับใจ แม้กระนั้นเวอร์ชั่นนี้ ที่เติ้งเชาแสดงเป็นเตียบ่อกี้ อันอวี่เซียนแสดงเป็นเตี๋ยเมี่ยง ดูมาเกือบจะครึ่งเรื่อง ห่วยแตกหลายมิติจริงๆ เริ่มจาก...1.เตียบ่อกี้ พวกเราว่าเขาใบหน้าไม่ดี และไร้ซึ่งเสน่ห์สำหรับเพื่อการแสดงนะ การสื่อสารทางสายตายังมิได้ บางบทควรจะแสดงอารมณ์ก็ดันทื่อๆซะงั้น บทสนทนาไม่เอาถ่านเลย บทบู๊ก็เพียงพอหยวนๆได้ ไม่ค่อยเหมาะสมจะเป็นเตียบ่อกี้ เนื่องจากรู้สึกซึมๆเฉยๆแข็งๆมากมายว่าจะสุภาพ นุ่มนวล ตามแบบฉบับ... (เตียบ่อกี้ฉบับซูโหย่วเผิง เขาตัวเล็กก็จริง ใบหน้าไม่หล่อจัด แม้กระนั้นน่ารักน่าเอ็นดู แววตา รวมทั้งท่าทางมีเสน่ห์ สดชื่น ดูแล้วเชื่อว่าเป็นผู้ชายที่อบอุ่น สุจริตใจ รวมทั้งหวั่นไหวง่าย) 2.เตี๋ยเมี่ยง...

1 min read

สรุปว่า ไม่ว่าใครจะถือว่ามากหรือน้อยขนาดไหน ถือว่าเป็นการสปอยล์หนังหรือเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่องหรือไม่รวมทั้งอย่างไร ชื่อหนัง Avengers: Endgame ผลงานกำกับของสองญาติพี่น้องรุสโซก็บอกตัวมันเองอย่างทนโท่ว่า นี่เป็นตอนสุดท้ายหรือข้อสรุปของอภิมหาตำนานปกป้องรักษาจักรวาลรวมทั้งโลกของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ (นับปริมาณไม่ถ้วน) ที่คนทำหนังอุตส่าห์ปลุกปั้นรวมทั้งฟักฟูมมายาวนาน สิริแล้วใช้เวลา 11 ปี ประกอบไปด้วยหนังในเครือข่ายจักรวาลมาร์เวลทั้งปวง 22 เรื่อง และก็อย่างที่รู้กันว่า Avengers: Endgame เป็นตอนต่อโดยตรงจาก...

1 min read

รีวิว Vagabond เจาะแผนลับเครือข่ายแดนนรก (คลิกรับชมพอดีนี่) ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ของประเทศเกาหลีที่ฉายร่วมกับ Netflix ในฐานะซีรีส์ออริจินัล หนังฉายพร้อมประเทศเกาหลีอาทิตย์ละ 2 ตอน คืนวันศุกร์กับเสาร์ เป็นเรื่องราวเกี่ยว “ชาดัลกอน” พระเอกที่มีอาชีพสตันท์แมนออกตามล่าหาตัวการที่ทำให้เครื่องบินตก ซึ่งเหยื่อผู้ที่ได้รับเคราะห์มีถึง 211 คน ไม่มีใครรอดตาย และก็หลานชายเขาเป็นเยี่ยมในนั้น แต่แล้วพระเอกกลับได้เค้าเงื่อนจากวิดีโอที่ถ่ายไว้โดยหลายชายบนเครื่องก่อนตก...